เปลี่ยนการแสดงผล thA-AA+

ประวัติ

        สานักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติวิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 โดยมีหน้าที่รับผิดชอบ บริหารจัดการประสานงานและบริการเกี่ยวกับบุคลากร งบประมาณ พัสดุ ครุภัณฑ์ และอาคารสถานที่ของวิทยาลัยครู โดยเรียกชื่อในระยะแรกตาม พ.ร.บ. วิทยาลัยครู พ.ศ. 2518 ว่า "หัวหน้าสานักงานอธิการ" เป็นผู้บริหารงานสูงสุดมีการจัดองค์กรภายในประกอบด้วยฝ่ายต่างๆ รวม 11 ฝ่าย คือ
        1. ฝ่ายเลขานุการ         2. ฝ่ายการเงิน
        3. ฝ่ายการเจ้าหน้าที่     4. ฝ่ายงานธุรการ
        5. ฝ่ายประชาสัมพันธ์     6. ฝ่ายพัสดุ
        7. ฝ่ายยานพาหนะ         8. ฝ่ายสวัสดิการ
        9. ฝ่ายอนามัยและสุขาภิบาล 10. ฝ่ายอาคารสถานที่
        11. ฝ่ายเอกสารการพิมพ์
        ต่อมาในปี พ.ศ. 2538 (ร่าง) พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ ได้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 112 ตอนที่ 4 ก ลงวันที่ 24 มกราคม 2538 มีผลให้วิทยาลัยครูเทพสตรีเปลี่ยนเป็น "สถาบันราชภัฏเทพสตรี" และมีการเปลี่ยนแปลงการแบ่งส่วนราชการภายในสถาบันฯ โดยเฉพาะสานักงานอธิการ ได้เปลี่ยนเป็น "สานักงานอธิการบดี" และมี "ผู้อานวยการสานักงานอธิการบดี" เป็นผู้บริหารงานจนถึงปัจจุบัน
รายนามผู้เคยดารงตาแหน่งบริหารสานักงานอธิการบดี (2518 - ปัจจุบัน)
        1. นางสาระ การเวก หัวหน้าสานักงานอธิการ
        2. นายวัลลภ สวัสดิวัลลภ หัวหน้าสานักงานอธิการ
        3. ผศ.สุรพงษ์ ปนาทกูล หัวหน้าสานักงานอธิการ
        4. ผศ.วีระ มหาวิจิตร หัวหน้าสานักงานอธิการ
        5. นายกิตติ สุขประเสริฐ หัวหน้าสานักงานอธิการ
        6. ผศ.สมศักดิ์ มากบุญ ผู้อานวยการสานักงานอธิการบดี
        7. นางอุทัยวรรณ ตันหยง ผู้อานวยการสานักงานอธิการบดี
        8. ผศ.พัชรินทร์ เอกจริยวงศ์ ผู้อานวยการสานักงานอธิการบดี
        9. 1 ตุลาคม 2554 – 27 ตุลาคม 2557 ไม่มีผู้อานวยการสานักงานอธิการบดี
        10. ผศ.จินตนา เวชมี รักษาราชการแทนผู้อานวยการสานักงานอธิการบดี (28 ตุลาคม 2557 – ปัจจุบัน)
        11. 8 มีนาคม 2560 – 6 สิงหาคม 2561 ไม่มีผู้อานวยการสานักงานอธิการบดี
        12. นางสาวสุภารัตน์ สินสุวรรณ 7 สิงหาคม 2561 – ปัจจุบัน
        ในปี พ.ศ. 2542 สานักงานสภาสถาบันราชภัฏ ได้ดาเนินการเปลี่ยนแปลงการแบ่งส่วนราชการของสถาบันราชภัฏเทพสตรีใหม่ สาหรับสานักงานอธิการบดี ให้มี "ส่วนอานวยการ" ดังนั้น สานักงานอธิการบดี ในปัจจุบัน จึงเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงจาก “ฝ่ายต่าง ๆ” เป็นส่วนราชการ ดังนี้
        1. ส่วนอานวยการ
        2. ส่วนบริหารงานบุคคล
        3. ส่วนบริหารงานคลังและพัสดุ
        4. ส่วนพัฒนาอาคารและสิ่งแวดล้อม
        5. ส่วนสวัสดิการ
        6. ส่วนประชาสัมพันธ์
        ในปี พ.ศ. 2543 ได้มีการเพิ่มหน่วยงานในสานักงานอธิการบดี อีก 1 หน่วยงาน คือ สานักงานประกันคุณภาพการศึกษา มีผู้ช่วยศาสตราจารย์พัทธนันท์ พิมพ์ทองงาม เป็นผู้อานวยการสานักงาน
        ในปี พ.ศ. 2544 ได้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อหน่วยงานในสานักงานอธิการบดี 1 หน่วยงาน คือ ส่วนประชาสัมพันธ์ เปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์ประชาสัมพันธ์ มี นางรัชชนก สวนสีดา เป็นผู้อานวยการศูนย์
        ในปี พ.ศ. 2545 ได้มีการเพิ่มชื่อส่วนพัฒนาอาคารและสิ่งแวดล้อม จากเดิมเป็นส่วนพัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม
        ในปี พ.ศ. 2547 (ร่าง)พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ ได้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาและได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 121 ตอนพิเศษ 23 ก วันที่ 14 มิถุนายน 2547 มีผลให้สถาบันราชภัฏเทพสตรี เปลี่ยนเป็น “มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี” และได้มีการเปลี่ยนแปลงส่วนราชการภายในของมหาวิทยาลัยฯ โดยเฉพาะสานักงานอธิการบดี จะแบ่งส่วนราชการเป็นกอง ซึ่งมีสานักวางแผนและพัฒนา สานักส่งเสริมวิชาการ และสานักกิจการนักศึกษา มารวมเป็นส่วนราชการภายในของสานักงานอธิการบดี
        ในปี พ.ศ. 2548 ได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการในราชกิจจานุเบกษาให้สานักงานอธิการบดี แบ่งส่วนราชการเป็นกอง จานวน 4 กอง คือ กองกลาง กองนโยบายและแผน กองบริการการศึกษา และกองพัฒนานักศึกษา
        ในปี พ.ศ. 2551 สานักงานประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดสานักงาน
อธิการบดี ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น “สานักมาตรฐานและประกันคุณภาพ” และในปีเดียวกันได้มีการย้ายสานักงานอธิการบดี มาอยู่ที่ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 หรือ อาคาร 16 โดยมีห้องสานักงานงานธุรการและสารบรรณ งานพัสดุ งานบริหารงานบุคคล งานคลัง และกองบริการการศึกษา อยู่ที่ชั้น 1 ห้องสานักงานงานสวัสดิการ งานประชุมและพิธีการ ห้องพักอธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี ผู้อานวยการกองกลาง ผู้อานวยการสานักงานอธิการบดี และรองผู้อานวยการสานักงานอธิการบดี อยู่ที่ชั้น 2 ห้องสานักงานกองนโยบายและแผน อยู่ที่ชั้น 3 งานวินัยและนิติการ อยู่ที่ชั้น 7 ยกเว้น งานอาคารสถานที่และบริการ / ส่วนยานพาหนะ / งานประชาสัมพันธ์ และกองพัฒนานักศึกษา
        ในปี พ.ศ. 2553 มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี โดยมติการประชุมคณะผู้บริหารในสมัยนั้นกาหนดให้สานักมาตรฐานและประกันคุณภาพ เป็นหน่วยงานเอกเทศขึ้นตรงต่อมหาวิทยาลัย โดยมีผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานคืออธิการบดี และเปลี่ยนชื่อเป็น “สานักงานมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา”
        ในปี พ.ศ. 2553 ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 สภามหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีมติเห็นชอบประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี เรื่อง การจัดตั้งกองคลัง และการแบ่งส่วนราชการในกองคลัง ดังนี้ 1. งานธุรการ 2. งานการเงินงบประมาณ 3. งานงบประมาณเงินรายได้ 4. งานบัญชี 5. งานพัสดุ และให้ยกเลิกส่วนราชการในกองกลาง สานักงานอธิการบดี คือ 1. งานคลัง 2. งานพัสดุ
        ในปี พ.ศ. 2555 ในการประชุมสภามหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ครั้งที่ 4/2555 เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2555 สภามหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีมติอนุมัติจัดตั้งสานักบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี เป็นหน่วยงานที่ไม่เทียบเท่าคณะ ขึ้นตรงต่อมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี และให้ยกเลิกส่วนราชการในกองกลาง สานักงานอธิการบดี คือ 1. งานบริหารงานบุคคล 2. งานวินัยและนิติการ ดังนั้นกองกลาง สานักงานอธิการบดี จึงมีหน่วยงานในกากับ ดังนี้ 1. งานธุรการและสารบรรณ 2. งานประชุมและพิธีการ 3. งานประชาสัมพันธ์ 4. งานสวัสดิการ 5. งานอาคารสถานที่และบริการ
        ในปีพ.ศ. 2560 ตามคาสั่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ที่ 631/2560 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 ได้แต่งตั้งให้นางสาวสุภารัตน์ สินสุวรรณ ผู้อานวยการกองกลาง สานักงานอธิการบดี ปฏิบัติหน้าที่ในตาแหน่งผู้อานวยการกองคลัง สานักงานอธิการบดี
ในปีพ.ศ. 2561 ตามคาสั่งมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ที่ 4072/2561 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2561 ได้แต่งตั้งให้นางสาวสุภารัตน์ สินสุวรรณ ดารงตาแหน่งผู้อานวยการสานักงานอธิการบดี
        สำนักงานอธิการบดี นับเป็นส่วนราชการของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการสนับสนุนพันธกิจหลักสาคัญของมหาวิทยาลัยโดยรับผิดชอบดูแลให้บริการ และดาเนินงานเกี่ยวกับงานพัฒนาอาคาร สถานที่และสิ่งแวดล้อม งานสารบรรณ งานประชุม งานยานพาหนะ งานสวัสดิการ งานประชาสัมพันธ์ งานนโยบายและแผน งานบริการการศึกษา งานพัฒนานักศึกษา งานคลัง งานพัสดุ และงานบริหารทั่วไปของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว และมีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ จึงจาเป็นอย่างยิ่งที่สานักงานอธิการบดีจะต้องกาหนดแผนพัฒนาหน่วยงานให้เป็นระบบ โดยกาหนดเป็นระยะเวลาที่ชัดเจนแน่นอนในการที่จะได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยในการที่จะพัฒนาความพร้อมที่จะปฏิบัติงานทั้งด้านบุคลากร ระบบการปฏิบัติงาน ระบบสารสนเทศ และการนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่องานบริการได้ตามเป้าหมายและบังเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
^